1.3 วรรณยุกต์ (Tones - 声调) และกฎการผันเสียง
4 ระดับเสียง + เสียงเบา และกฎสำคัญ (3 ชน 3, กฎของ 不 และ 一)
วรรณยุกต์ภาษาจีนมี 4 ระดับ + เสียงเบา (Neutral Tone) การออกเสียงวรรณยุกต์ผิดจะทำให้ความหมายเปลี่ยนโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีกฎการเปลี่ยนเสียงธรรมชาติที่ต้องรู้ ได้แก่ เสียง 3 ติดกัน, การเปลี่ยนเสียงของคำว่า 不 และ 一
4 วรรณยุกต์หลัก + เสียงเบา (กดเพื่อฟังเปรียบเทียบ)
เสียงสูง คงที่ ห้ามตกหรือกระดิกหางเสียง คล้ายการร้องโน้ตเสียงสูง
เริ่มจากระดับกลางแล้วลากพุ่งขึ้นสูง คล้ายการถามว่า "หือ? อะไรนะ?"
กดระดับเสียงลงต่ำลึกสุดๆ ก่อน แล้วค่อยตวัดขึ้นเล็กน้อย
เริ่มจากจุดสูงสุดแล้วตกลงมาต่ำสุดทันที เหมือนเสียงอุทาน "ใช่!" หรือคำสั่ง
ออกเสียงเพียงครึ่งเสียง เบาและสั้น มักอยู่ท้ายประโยคหรือพยางค์หลังคำซ้ำ เช่น 爸爸 (bàba)
กฎการเปลี่ยนเสียงที่สำคัญ (Tone Sandhi Rules)
1. กฎเสียง 3 ชนกัน (3 + 3 ➔ 2 + 3)
เมื่อพยางค์เสียง 3 สองตัวอยู่ติดกัน ตัวหน้าจะเปลี่ยนเสียงเป็น "เสียง 2" โดยอัตโนมัติเพื่อให้พูดคล่องปากขึ้น (แต่ตัวสะกดยังเขียนเสียง 3 ตามเดิม)
2. กฎการเปลี่ยนเสียงของคำว่า "不" (bù)
ปกติ "不" ออกเสียง 4 (bù) แต่ถ้าอยู่หน้าพยางค์เสียง 4 ด้วยกัน จะเปลี่ยนเป็น "เสียง 2 (bú)" ทันที เพื่อไม่ให้กระแทกเสียง 4 ซ้อนกัน
3. กฎการเปลี่ยนเสียงของคำว่า "一" (yī)
ปกติ "一" ออกเสียง 1 (yī) เมื่อนับเลขโดดๆ แต่เมื่อนำไปใช้จริง: อยู่หน้าเสียง 4 เปลี่ยนเป็นเสียง 2 (yí) และอยู่หน้าเสียง 1, 2, 3 เปลี่ยนเป็นเสียง 4 (yì)
คำว่า "你好" (nǐ hǎo) ที่เป็นเสียง 3 สองตัวติดกัน เมื่อพูดจริงจะต้องออกเสียงอย่างไร?